ข้าวผัดปลาอินทรี

เดือนนี้แม่บ้านคีโมชวนมาอร่อยกับ ‘ข้าวผัดปลาอินทรี’ อาหารจานเดียวที่สามารถมัดใจคนทั้งบ้านได้ไม่ยาก อีกหนึ่งเมนูที่เหมาะกับวันอยากเคลียร์ตู้เย็น เพราะสามารถใส่ผักสารพัดสีสันที่ค้างอยู่ในตู้เย็นได้เลย นอกจากจะทำให้ข้าวผัดหน้าตาชวนกินแล้ว ยังเพิ่มวิตามินและแร่ธาตุให้ร่างกายมากมาย และสูตรนี้แม่บ้านฯ ยังใช้ ‘ข้าวกล้อง’ ไร้สารเคมีตกค้าง แหล่งของสารอาหารและใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อาทิ แมงกานีส, ซิลิเนียม, แมกนีเซียม, ฟอสฟอรัส, กรดโฟเลต, ไทอามีน, ไนอาซิน, วิตามินบี 6 เหล็ก และสังกะสี เป็นต้น นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ข้าวกล้องกลายเป็นอาหารยอดนิยมในหมู่คนรักสุขภาพและอาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นข้าวกล้องยังลดความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี เมื่อมาฟีทเจอริ่งกับ ‘ปลาอินทรี’ ที่มีโอเมกาสูง โปรตีนสูง ไอโอดีนสูง เนื้อแน่นๆ แต่ไขมันต่ำเข้าไปด้วยแล้ว บอกเลยว่า จานนี้ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง รู้อย่างนี้แล้วจะรออะไร เข้าครัวสิคะ!

ส่วนผสม

ข้าวกล้องไร้สารเคมี / ปลาอินทรีสด / กระเทียม / น้ำมันมะกอก / ไข่ไก่  1 ฟอง / น้ำตาลหญ้าหวาน / ซีอิ๊วขาว / หอมแดง / ขิง / ผักสดตามความชอบ / พริกขี้หนูสวน

วิธีปรุง

  1. ตั้งกระทะเปิดไฟกลาง เจียวกระเทียมกับน้ำมันมะกอกพอหอม ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง ผัดให้ไข่แห้งพอสมควร จากนั้นใส่เนื้อปลาอินทรีแล้วผัดให้เข้ากัน
  2. ใส่ข้าวกล้องสุกไร้สารเคมีลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาลหญ้าหวาน เหยาะซีอิ๊วขาวเล็กน้อยให้พอมีกลิ่นหอม ก่อนใส่หอมแดง, ขิงซอยละเอียด ตามด้วยผักสดตามชอบ จานนี้แม่บ้านคีโมใส่แครอทและบรอกโคลี จากนั้นผัดต่อให้เข้ากัน
  3. ก่อนปิดไฟให้โรยพริกขี้หนูลงไป เพียงเท่านี้ก็เสร็จสรรพ ตักใส่จานตกแต่งสวยๆ เสิร์ฟพร้อมผักเคียงตามความชอบ

เคล็ด (ไม่) ลับ ฉบับแม่บ้านคีโม

  • เมนูนี้ควรเลือกใช้ปลาอินทรีสดๆ จากนั้นนำมาล้างให้สะอาด ก่อนนำไปแช่น้ำเกลือประมาณ 15 นาที และพักทิ้งไว้ให้เนื้อปลาสะเด็ดน้ำ พอแห้งดีแล้วให้นำไปทอดให้กรอบ แล้วจึงนำมาเป็นวัตถุดิบในการทำเมนูนี้
  • เมนูนี้ไม่ควรใช้ปลาอินทรีเค็ม เพราะนอกจากรสชาติจะเค็มเกินไปแล้ว ยังทำให้เมนูนี้มีโซเดียมมากเกินไป ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัว
  • การเจียวกระเทียมพร้อมปลาอินทรีจะช่วยดับกลิ่นคาวของปลาได้ทางหนึ่ง
  • เวลาผัดควรใช้ตะหลิวสองอันค่อยๆ ซุยข้าวกล้องขึ้นมา จะทำให้เมล็ดข้าวไม่เละจนเกินไป  

ขอบคุณข้อมูลทางวิชาการจาก
https://www.pobpad.com

แชร์ไปยัง
Scroll to Top