Life goes on

 

ภริมธารา ภัทรเทศสกุล (น้ำปั่น) – อดีตผู้ป่วยมะเร็ง

ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ในเมื่อเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่

สิ่งที่เราทำได้คือแก้ไขสถานการณ์นั้นและรับมือด้วยวิธีที่สนุกสนาน

ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมมานานเท่าไหร่ เป็นลักษณะใด

เจอก้อนครั้งแรก เดือนสิงหาคม ปี 2559 ค่ะ

เป็นประเภท Ductal carcinoma grade3  Breast Cancer stage2A

ชนิด ER+/PR+/Her2- ( ก้อนขนาด 1.4 cm ลามไปต่อมน้ำเหลือง 1 ต่อม)

สถานะของโรคในปัจจุบัน

ตอนนี้โรคสงบ

แนวทางการรักษา

รักษาด้วยการรับประทานยา Tamoxifen 5ปี + ติดตามอาการ เจาะเลือดทุก6เดือน Chest X-ray, Mammograms & Ultrasound breast ทุกปี และตรวจเต้านมด้วยตัวเองอย่างน้อยเดือนละครั้ง

 

มุมมองที่มีต่อโรคมะเร็งก่อนและหลัง

แต่ก่อน…

รู้สึกว่ามะเร็งเป็นเรื่องไกลตัว เป็นโรคที่อันตราย มีโอกาสรอดชีวิตน้อย

พอหลังเป็น…

รู้สึกว่ามะเร็งเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด ไม่ว่าใครก็มีความเสี่ยง แต่เป็นโรคที่รักษาได้ มีโอกาสรอดชีวิตมากกว่าในอดีต

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะของโรค ชนิดของมะเร็ง อวัยวะที่เป็น นอกจากการรักษาที่ดี สิ่งสำคัญที่ไม่น้อยกว่าการรักษาคือ…กำลังใจ

 

เรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้มีกำลังใจ ลุกขึ้นสู้กับโรคมะเร็งเต้านม

ทำใจมาตั้งแต่เจอก้อนแล้วว่าเป็นมะเร็ง ด้วยความที่เป็นคนไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ จึงไม่ได้รู้สึกท้อแท้หรือหมดกำลังใจกับความเจ็บป่วยครั้งนี้ เพราะมีmindsetในการแก้ปัญหาที่ใช้มาตลอด “ทฤษฎี เรียนรู้/ยอมรับ/ปรับใช้” ยกตัวอย่างเช่น ฉันเป็นมะเร็งเต้านม

 

เรียนรู้

มะเร็งเต้านม คืออะไร แนวทางการรักษาเป็นอย่างไร แพทย์ท่านใดมีความเชี่ยวชาญ การรักษาจะต้องทำอะไรบ้าง เตรียมตัวอย่างไร กรณีศึกษาของโรคนี้ และ ผู้ที่รักษาแล้วหาย พวกเขาเหล่านั้นปฎิบัติตัวอย่างไร มีทัศนคติเช่นไร ฯลฯ

ยอมรับ

ยอมรับความจริง ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ในเมื่อเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่ สิ่งที่เราทำได้คือแก้ไขสถานการณ์นั้นและรับมือด้วยวิธีที่สนุกสนาน  สนุกกับการแต่งตัวให้เข้ากับวิก ทำตัวให้สดใสร่าเริงเข้าไว้ เพราะอย่างนึงที่เราควรรู้…ไม่ใช่แค่ผู้ป่วยเท่านั้นที่ต้องต่อสู้กับมะเร็ง ญาติและผู้ดูแลก็ต้องร่วมต่อสู้ไปกับเราเช่นกัน ถ้าเรารักใคร เราก็คงไม่อยากให้คนที่เรารักต้องทุกข์ใจ หดหู่

ถ้าเราซึ่งเป็นผู้ป่วยมีจิตใจเข้มแข็ง ยิ้มแย้มแจ่มใส สิ่งนี้จะเป็นกำลังใจชั้นดีที่จะทำให้คนที่เรารักได้รับพลังงานที่ดี และพลังงานที่ดีของเค้าจะส่งกลับมาที่เรา (ให้ลองนึกภาพการตีปิงปอง action = reaction ) ถ้าเราส่งพลังงานที่ไม่ดีออกไป สิ่งที่กลับมาก็จะทวีคูณ

ดังนั้นการยอมรับ ไม่ใช่การยอมแพ้ การยอมรับคือ เข้าใจในธรรมชาติของปัญหาที่เกิดขึ้น การยอมรับในเรื่องความเจ็บป่วยนี้จะหมายรวมถึง การยอมรับการรักษาด้วย

 

ปรับใช้

เมื่อเราเรียนรู้ และ ยอมรับตามความเป็นจริงได้แล้ว เราต้องนำแนวทางแก้ปัญหามาจัดวางให้เข้ากับชีวิตของเรา คล้ายๆการตัดเย็บเสื้อผ้าให้พอดีตัว วางเป้าหมายให้ชัดเจน ปักธงไว้ที่เส้นชัย แล้วทำตามแผนการรักษาที่วางแผนไว้

กิจกรรมที่ทำเพื่อสร้างกำลังใจในระหว่างการรักษา หรือ ที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน

สิ่งแรกที่ถามตัวเอง คือ เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร? เหตุผลของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สำหรับตัวเองคือ มีชีวิตอยู่เพื่อดูแลคนที่เรารัก

ทำให้รู้ว่า ถ้าเรารู้ว่าเราต้องสู้เพื่อใคร เพื่ออะไร กำลังใจมันจะมาของมันเอง ตั้งแต่รู้ว่าเป็น…ไม่เคยร้องไห้เพราะกลัวตาย หรือเพราะเป็นมะเร็ง เคยร้องไห้ 1 ครั้ง วันที่รู้ผลชิ้นเนื้อที่ส่งไปตรวจ Mammaprint ว่าต้องให้คีโม ร้องไห้เพราะกลัวไม่มีผม กลัวไม่สวย

สรุปคือ กลัวไม่สวยมากกว่ากลัวตาย 🤣 ในช่วงรักษาตอนเพลียๆยาก็เคยมีจิตตกแวบๆ พอรู้ตัวก็จะรีบดึงสติตัวเองกลับมา ไม่เคยให้พลังงานลบอยู่กับเรานาน ชีวิตมนุษย์ไม่ได้มีเวลามากมาย เราจึงไม่ควรเสียเวลาไปกับเรื่องที่ทำให้เราเป็นทุกข์

“ส่วนตัวคิดว่าตัวเองหาย ตั้งแต่ตัดก้อนออกไปแล้ว การให้เคมีบำบัดและฉายแสง เป็นการรักษาเพื่อถอนรากถอนโคนเพื่อป้องกันไม่ให้มันกลับมาอีก”

 

กิจกรรมที่ทำในปัจจุบัน

นอกจากจะทำเพจ Smoothie’s Diary (บันทึกของน้ำปั่น) เพื่อแชร์เรื่องราวและแนวคิดเพื่อสร้างกำลังใจ

รายการสัมภาษณ์ต่างๆ ยังรับปรึกษาแบบส่วนตัวให้กับบุคคลทั่วไป และแฟนเพจ

อยากแนะนำหรือให้กำลังใจอะไรให้กับผู้ป่วยคนอื่น ๆ อีกบ้าง

ขอส่งต่อกำลังใจให้คนที่กำลังรักษาอยู่ รวมไปถึงคนที่ต้องร่วมต่อสู้ไปกับคนไข้ทุกคน ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะไม่สู้

เพราะต่อให้เป็นมะเร็งหรือไม่เป็นมะเร็ง ทุกคนบนโลกนี้ต่างมีเรื่องที่ต้องสู้ด้วยกันทั้งนั้น

 

ติดตามเรื่องราวของคุณน้ำปั่นเพิ่มเติมได้ที่

FB : https://www.facebook.com/smoothiesdiary

IG : https://www.instagram.com/nampunsmoothie

แชร์ไปยัง