มือใหม่…หัดใส่ ‘วิก’ : 10 เทคนิคเลือกวิกอย่างไร ไม่ให้โป๊ะ!

 

นอกจากเป็นตัวช่วยเปลี่ยนลุคสุดปังแบบฉับพลันให้กับสาวๆ แล้ววิกผม’ ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในวันที่เราไร้เส้นผมได้เป็นอย่างดี
LIFESTYLE เดือนนี้ขอเอาใจสาวๆ ชาวคีโม ด้วยการรวบรวมเทคนิคเลือกใส่วิกอย่างไรให้ดูปัง ไม่พัง! ไม่โป๊ะ! มาฝาก

 

01 คุณภาพวิกสำคัญ

เหตุแห่งการใส่วิกแล้วโป๊ะลำดับต้นๆ ก็คือเลือกวิกไม่ได้คุณภาพ ทั้งเรื่องความหนาแน่นของจำนวนเส้นผม แนวเส้นผม และแนวแสกของผม ล้วนมีผลทำให้วิกดูไม่เป็นธรรมชาติ ปัจจุบันแม้จะมีวิกให้เลือกซื้อหามากมาย แต่วิกคุณภาพดีๆ นั้นยังจำเป็นต้องเสาะหาอยู่ วิกในท้องตลาดทั่วไปจะมีหลายเกรด ตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักหมื่น แต่หากต้องการวิกที่ตอบโจทย์เรื่องความเป็นธรรมชาติ ราคาก็อยู่ราวหลักพันขึ้นไป ซึ่งจะขึ้นไปเท่าไหร่ก็อยู่ที่วัสดุที่ใช้ กระบวนการผลิต ทรงผม และความสั้นยาว รวมถึงประเทศที่นำเข้านั่นเอง 

02 ไม่อยากโป๊ะ ต้องเลือก ‘วัสดุ’ ให้เป๊ะ

ปัจจุบันวัสดุที่นำมาผลิตเป็นเส้นผมของวิกนั้น มีตั้งแต่เส้นใยสังเคราะห์หรือเรียกกันทั่วไปว่า ‘ไหม’ (silk) และ ‘ขนสัตว์’ ที่มีความคล้ายเส้นผมมนุษย์ อาทิ ขนม้า หรือขนจามรี ฯลฯ ไปจนถึงวิกจากเส้นผมของมนุษย์จริงๆ ซึ่งราคาสูงที่สุดก็คือวิกผมแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งราคามีตั้งแต่หลักพันยันหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับคุณภาพเส้นผม ความยาว ความหนา และลักษณะของเส้นผม เช่น ผมตรง ผมลอน ผมหยิกธรรมชาติ ฯลฯ และสภาพของเส้นผม เช่น เคยผ่านการทำเคมีหรือไม่ รวมถึงประเทศที่นำเข้า ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีวิกผมแท้ผสมสำหรับคนที่ต้องการความเหมือนในงบจำกัด ซึ่งจะผลิตจากผมแท้ผสมกับเส้นใยสังเคราะห์นั่นเอง หรือบางทีก็ผสมกับขนสัตว์ แต่การดูแลรักษาอาจจะยากกว่าวิกผมแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือวิกผมจากใยสังเคราะห์ล้วน เนื่องจากการดูแลแตกต่างกันไปตามวัสดุ

นอกจากเส้นผมแล้ว วัสดุที่จะมาทำ ‘หนังศีรษะเทียม’ สำหรับเป็นฐานของวิกก็เป็นสิ่งที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด ซึ่งปัจจุบันวัสดุที่นำมาผลิตหนังศีรษะเทียมนั้นมีหลากหลาย แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดก็คือ

1) โพลิเมอร์ คือสารสังเคราะห์ที่ถูกทำขึ้นจากซิลิโคนหรือโพลียูรีเทน (Polyurethane : PU) มักถูกใช้ในการผลิตวัตถุเลียนแบบผิวหนังมนุษย์ รวมถึงหนังศีรษะมนุษย์ด้วย เพราะมีความยืดหยุ่นมากกว่าวัสดุอื่นๆ และมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างยาวนาน

2) ผ้าตาข่าย ผลิตขึ้นจากเส้นใยโพลีเอสเทอร์หรือเส้นใยไนลอน ข้อดีคือดูเป็นธรรมชาติ แต่อาจจะใช้งานได้ไม่ยาวนานนัก

03 อยากใส่แล้วเนียนกริบ! กระบวนการผลิตต้องดี

นับเป็นเรื่องที่มือใหม่หัดใส่วิกไม่ควรมองข้าม สำหรับกระบวนการผลิต ซึ่งในปัจจุบันการทำวิกนั้นจะมีตั้งแต่ ‘การทอเครื่อง’ หรือวิกที่เย็บด้วยเครื่องจักร ซึ่งมักเป็นการผลิตออกมาคราวละมากๆ พบได้ตามท้องตลาดทั่วไป ราคาย่อมเยากว่า แต่อายุการใช้งานสั้นกว่า และความละเอียดอาจจะด้อยกว่า ‘การทอมือ’ ซึ่งเป็นการนำเส้นผมมาถักด้วยมือแบบเส้นต่อเส้นลงบนหนังเทียม ซึ่งจะได้งานค่อนข้างละเอียด ทนทาน ใช้งานได้นานกว่า แต่แน่นอนว่าราคาย่อมสูงกว่า ยิ่งถ้าเป็นเส้นผมแท้ๆ มาถักด้วยแล้ว ราคาอาจจะขึ้นไปถึงหลักหมื่นบาท แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ผลิตด้วย ฉะนั้น หากสาวๆ คีโมท่านใดที่สนใจวิกผมแท้แบบทอมือ ควรศึกษาข้อมูลและหาแหล่งผลิตมีคุณภาพสักหน่อย เพื่อให้ได้งานที่คุ้มกับเงินที่ลงทุนไป 

04 เลือกวิกทรงธรรมดาที่เป็น ‘เรา’ มากที่สุด

ไม่ว่ารูปหน้า สีผิว สีคิ้ว หรือสีผมเดิม ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การสวมใส่วิกดูไม่โป๊ะ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องการแค่เสริมความมั่นใจเวลาที่ออกไปทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้าน การเลือกวิกก็อาจจะเน้นแค่ให้ดูเป็นธรรมชาติและสีหรือทรงผมใกล้เคียงกับทรงเดิมมากที่สุด ยกเว้นในกรณีที่ทรงเดิมมันหาวิกที่เหมาะกับเราไม่ได้จริงๆ อาจจะใช้วิธีเลือก ‘ทรงใหม่’ ที่เหมาะกับเราในลุคที่ดูธรรมดาที่สุด โดยเน้นเลือกวัสดุที่ใกล้เคียงเส้นผมธรรมชาติให้มากที่สุด เพื่อประหยัดงบประมาณในกระเป๋า อย่าเลือกวิกที่ดูสวยเหมือนออกงานสังคมตลอดเวลา เพราะจะดูโป๊ะได้ง่าย 

05 วิกที่ใช่! ต้องเข้ากับไลฟ์สไตล์ด้วย  

ไม่ใช่แค่เหมาะกับรูปหน้า หรือสีผิว สีผม สีคิ้ว แต่การเลือกวิกนั้นจำเป็นต้องเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และวัตถุประสงค์ในการใช้งานด้วย เช่น ถ้าเป็นผู้ที่ชอบออกกำลังกาย วิกผมสั้นก็น่าจะเหมาะที่สุด หรือใครที่ชอบมัดรวบผม หรือถักเปีย ก็ต้องระบุกับผู้ขายให้ชัดเจน เพราะไม่ใช่วิกทุกอันจะมัดรวบได้ หรือใครที่เป็นคนขี้ร้อน วิกผ้าตาข่ายก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า หรือในกรณีของผู้ป่วยมะเร็งนั้น วัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ก็เพื่อสร้างความมั่นใจระหว่างที่ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านเพียงชั่วคราว การเลือกวิกผมอาจจะเน้นทรงธรรมดา ดูธรรมชาติ สวมใส่สบาย และดูแลรักษาง่ายๆ เท่านั้น ก็น่าจะเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเลือกวิกติดกาวที่อาจจะสร้างความระคายเคืองให้กับหนังศีรษะ หรือราคาสูงๆ เพราะระยะการใช้งานค่อนข้างสั้น อย่างมากที่สุดไม่เกิน 1 ปีหลังการรักษาสิ้นสุดลง เส้นผมก็จะกลับงอกขึ้นมาใหม่ 

06 อย่าควักเงินซื้อวิก ถ้าไม่ได้ลองสวมใส่จริง

การซื้อวิกจากร้านออนไลน์นั้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้มาซึ่ง ‘วิกโป๊ะ!’ หรือวิกที่ไม่เหมาะกับเรา ฉะนั้น ถ้าอยากได้วิกดูเป็นธรรมชาติ การลองสวมใส่ก่อนตัดสินใจซื้อเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยลองใส่วิกมาก่อน การไปเลือกซื้อวิกที่ร้าน นอกจากจะได้ของที่ ‘ใช่’ แล้ว การได้พูดคุยกับผู้ขายเพื่อขอความรู้เกี่ยวกับวิกผม ทั้งเรื่องคุณภาพและการใช้งานก็จะช่วยให้การสวมวิกไม่โป๊ะได้ง่ายๆ เพราะได้วิกดีๆ เหมาะกับเราแล้ว แต่ใส่ไม่เป็นก็โป๊ะได้เหมือนกัน โดยเฉพาะวิกผมติดกาวซึ่งมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าแบบสวมครอบ แต่นั่นหมายถึงผู้สวมใส่ต้องติดกาวให้เนียน ไม่มีร่องรอยต่างๆ ให้เห็นหลังทากาวสวมวิกแล้ว อาจจะต้องมีการใช้รองพื้นเก็บรายละเอียดอีกนิดหน่อยเพื่อให้วิกดูกลืนไปกับสีผิว

07 อย่ามองข้ามเรื่องการดูแลรักษา

การดูแลรักษาวิก ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด ไปจนถึงวิธีการเก็บรักษา นอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานและความสวยงามของเส้นผมให้อยู่กับเราไปนานๆ แล้ว ยังไม่ทำให้วิกกลายเป็นแหล่งเชื้อโรคที่อาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเราได้ในวันที่เรากำลังอ่อนแอจากการรักษามะเร็งอีกด้วย โดยการดูแลรักษาทำความสะอาดวิกก็สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้

  1. นำวิกลงแช่น้ำที่ผสมยาสระผมในอ่าง ใช้มือค่อยๆ สาง เพื่อไม่ให้ผมพันกัน อย่าขยี้เด็ดขาด
  2. จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วใช้ครีมนวด (สำหรับวิกผมจริง) หรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม (สำหรับวิกใยสังเคราะห์) ผสมน้ำแล้วแช่วิกสัก 5-10 นาที
  3. ล้างทำความสะอาดอีกครั้งในกรณีที่ใช้ครีมนวด ก่อนนำมาเช็ดด้วยผ้าแล้วผึ่งไว้ในร่ม หรือใช้พัดลมเป่า หรือใช้ไดร์เป่าด้วยลมเย็น
  4. เมื่อแห้งแล้วนำมาหวีจัดทรงด้วยหวีซี่ห่าง จากนั้นแขวนหรือตั้งวิกไว้กับหุ่น เก็บไว้ให้พ้นฝุ่น ไม่ควรพับ เพราะเส้นผมจะหักงอเสียหายได้
  5. ในกรณีที่วิกผมยุ่ง เส้นผมพันกัน แม้จะแช่ด้วยแชมพูก็ไม่หาย ปัจจุบันจะมีสเปรย์สำหรับวิกที่สามารถหาซื้อมาพ่น แล้วค่อยๆ ใช้มือสางก็ช่วยให้คลายได้ หรือหากวิกผมแท้พันกันเพียงปลายผม อาจจะลองใช้โลชั่นบำรุงผมทาก็ช่วยได้

 

 

08 ‘วิกสั่งทอ’ ทางออกของปัญหาผมหลังคีโม

เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ผ่านการทำคีโมแล้ว เส้นผมจะงอกขึ้นใหม่และกลับไปมีผมดกดำได้ดังเดิม ในกรณีที่เส้นผมที่ขึ้นใหม่ไม่เหมือนเดิม อาจจะเส้นบางลง เล็กลง หรือเว้าแหว่ง ไม่ได้ดกดำเหมือนเดิม นอกจากวิกสำเร็จรูปแล้ว ปัจจุบันก็ยังมี ‘วิกสั่งทอ’ ซึ่งเป็นบริการผลิตวิกผมเฉพาะบุคคล (Custom Made) โดยมีการออกแบบตามความต้องการและรูปหน้าของแต่ละคน โดยราคาก็จะขึ้นลงไปตามความต้องการ อาทิ พื้นที่หนังศีรษะ วัสดุที่ผลิต ความยาวของเส้นผม สีผม ซึ่งสามารถเลือกให้มีผมขาว (หงอก) แซมเพื่อความเป็นธรรมชาติก็ยังได้ อีกหนึ่งทางเลือกเสริมความมั่นใจของพวกเราชาวคีโม

09 แอกเซสซอรี ตัวช่วยให้รอด!    

หากที่สุดแล้วเรายังไม่เจอวิกที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ ก็ยังมีทางเลือกอื่นอีกมากมาย เพราะวิกไม่ใช่ทางออกสุดท้ายสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง แต่ยังมีหมวก ผ้าคลุมผมสำเร็จรูป หรือแอกเซสซอรีอีกมากมายที่ช่วยให้วันไร้ผมดูสดใสขึ้นมาได้ แถมยังไม่ต้องไปเสี่ยงกับอาการรังแค คัน กระทั่งอักเสบ พานจะไปทำให้เส้นผมบริเวณนั้นไม่ขึ้นอีกต่างหาก หากเลือกวิกผิด ระบายอากาศไม่ดี ทำให้หนังศีรษะอับชื้น

10 ความมั่นใจของเราเอง ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

ไม่ว่าจะเลือกใส่วิก หรือเลือกใช้แอกเซสซอรีใดๆ ก็ตาม สิ่งสำคัญคือความมั่นใจเราต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ อย่าเลือกเพียงเพราะคนอื่นบอกว่าเหมาะกับเรา แต่เลือกสิ่งที่สร้างความมั่นใจ สบายใจ และสุขใจเราจริงๆ นั่นแหละคือสิ่งที่ใช่! ที่สุด   

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
www.ladyissue.com
https://women.mthai.com
https://hualandaiwee.com
https://women.kapook.com

แชร์ไปยัง