เพชรรัตน์ ตะวันฉาย (หมิงหมิง)

กำลังใจจากคนอื่นเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น

สิ่งที่สำคัญ เราต้องสร้างพลังด้วยคนเอง

เพชรรัตน์ ตะวันฉาย (หมิงหมิง)

อดีตผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

 

ป่วยเป็นมะเร็งเต้านมมานานเท่าไหร่ เป็นลักษณะใด

เป็นมะเร็งเต้านมด้านซ้าย ก้อนเนื้อร้ายมีขนาด 2.5 ซ.ม. อยู่ใต้ฐานนม มะเร็งอยู่ในระยะ ที่ 2 เป็นเวลา 10 ปี

สถานะของโรคในปัจจุบัน

จบการรักษาแล้วและอยู่ในความดูแลของหมอ โดยการไปตามหมอนัดทุกครั้ง

ปัจจุบันหมอศัลยกรรมจะนัดตรวจแมมโมแกรม  อัลตร้าซาวน์ ตรวจปอด ตรวจเลือด ปีละครั้ง

หมอฉายรังสี จะนัดตรวจ 2 ปี ต่อครั้ง

แนวทางการรักษา

ได้ผ่านการรักษาโดยตามขั้นตอนที่แพทย์แนะนำ คือ ผ่าตัดเต้านม ด้วยวิธีแบบถนอมเต้า ได้รับเคมีบำบัด 6 เข็ม

ฉายรังสี 29 ครั้ง และทานยาต้านฮอร์โมน 5 ปี

มุมมองที่มีต่อโรคมะเร็งก่อนและหลัง

ในระหว่างการรักษา เมื่อย้อนหลังไป 10ปี ที่ผ่านมา ความรู้สึกแย่ที่สุดคือการมองว่าเมื่อเป็นมะเร็งแล้วต้องตาย

แต่เมื่อได้ผ่านการรักษาจนจบกระบวนการถึงทุกวันนี้ ความรู้สึกได้เปลี่ยนไปกลับมองว่ามะเร็งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

เรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้มีกำลังใจ ลุกขึ้นสู้กับโรคมะเร็งเต้านม

หลังจากรวบรวมสติได้แล้ว ก็ตั้งใจสู้กับมะเร็ง เราต้องเข้าสู่ขบวนการรักษาทุกขั้นตอนตามหมอสั่งทุกครั้ง

การรักษามีผลข้างเคียงมากมายทุกระดับของการรักษาด้วยกำลังใจและความอดทนสุด ๆ จึงทำให้เราผ่านมาได้

กำลังใจจากคนอื่นเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่สำคัญเราต้องสร้างพลังด้วยคนเอง  คิดอยู่เสมอว่า เราต้องหาย เราต้องหาย หายจากมะเร็ง

และด้วยปัจจุบันเครื่องมือการรักษามะเร็งวิวัฒนาการไปไกลมาก รวมทั้งยาที่ใช้การรักษาก็ดีขึ้น หมอก็เก่งนัก

โอกาสรอดชีวิตจากมะเร็งเต้านมนั้นสูงมาก เป็นแล้วก็รักษาหายได้ค่ะ

กิจกรรมที่ทำเพื่อสร้างกำลังใจในระหว่างการรักษา หรือ ที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน

ในระหว่างการรักษาที่ผ่านมานั้น ย้อนหลังไป 10 ปี ยังไม่ดีนักไม่เท่าปัจจุบันนี้ กิจกรรมที่ทำได้ในตอนนั้น คือ ปฎิบัติ ตามคู่มือที่ทางโรงพยาบาลให้มาทุกขั้นตอน ต่างกับปัจจุบันนี้ซึ่งตัวเองได้จบการรักษาแล้ว ถือว่าเป็นประสบการณ์ตรงที่สำคัญต่อตนเองมาก ทั้งสิ่งที่ได้รับในระหว่างการรักษา ได้พบกับผลข้างเคียงจากการให้ยาเคมี และผ่านมาได้อย่างไรนั้นมีมากมาย

ปัจจุบันจึงถือเอาประสบการณ์ตรงด้วยความตั้งใจ เป็นจิตอาสาในด้านต่าง ๆ เช่น การปฎิบัติตนอย่างไรในระหว่างการให้เคมีบำบัด หรือการปฎิบัติตนอย่างไรตั้งแต่การเริ่มรักษาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงให้คำแนะนำและให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยอื่น ๆ

หลังจากที่รักษาหายดีแล้วเป็นจิตอาสามา 9 ปีเต็ม ๆ

อยากแนะนำหรือให้กำลังใจอะไรให้กับผู้ป่วยคนอื่น ๆ อีกบ้าง

โดยส่วนตัวแล้ว  อยากบอกว่า “โชคดีที่เป็นมะเร็ง” เป็นมะเร็งแล้วมีเพื่อนเยอะแยะ เป็นมะเร็งแล้วได้เรียนต่อ เป็นมะเร็งแล้วได้ท่องโลกกว้าง  ที่สำคัญเป็นมะเร็งแล้วได้เป็น “จิตอาสา”

หลังจากรอดชีวิตก็ได้มีโอกาสทำหน้าที่จิตอาสา ภูมิใจที่ได้มีโอกาสลงพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ได้มีโอกาสให้กำลังใจในการแนะนำผู้ป่วยอื่น ได้ช่วยติดตามผู้ป่วยอื่นที่ไม่ยอมมารักษาตัว ได้ช่วยแนะแนวเรื่องการดูแลตัวเองและการกินจากประสบการณ์ตรงจากตัวเอง…

สุดท้ายขอฝากบอกทุกคนว่า มะเร็ง…ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิด เป็นได้ก็รักษาหายได้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนนะคะ

แชร์ไปยัง